2007/May/03

Hi everyone back home,

it is just that today i feel like i wanna say something, that's all. i'm now using the free internet at the business center in the hotel i has staying for 4 nights already. yes ladies and gentlemen, i'm in USA.

and i dont know why i got such a bad luck recently. let me tell you about my trip here. my original flights to Newark airport in New York. i got to get the japan airlines flight to narita, japan and take another american airlines to chicago and another american airlines to newark. the disaster occured just before i land at narita. there was an engine fire on one delta airlines plan on the runway. so all plan need to fly over the airport for 15 mins and decided to divert to haneda, another airport in tokyo. unfortunately, there is no immigraton at haneda, i had to wait on the plan for another 2.5 hours, which you can imagined right, what will be up next. and yes my dear, i miss my connecting flight..........

i had only 30 mins at the transferred desk to manage my flight, and it came up that there was one seat left ont he japan airlines flight to New york JFK,. well, yes, even different airport but in the same city, i shouldn't miss it. but but but, it wouldn't be that easy, sweetie. it was only me that was on the plne. my bag is still having a good time in tokyo..........now you see how unlucky i am. despereated little asian girl.

too lazy to type laew a.......... to be continued la gan na.......................................bye from New Jersey, the crowne plaza hotel, fairfield

2007/Apr/18

source http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H5328307/H5328307.html

ปกติเวลาจองโรงแรม ก็จะหาแล้วหาอีก........

ไม่ได้ๆ ต้องถูกกว่านี้
ถูกไป summer ไม่มีแอร์ ไม่เอา -_-"
โรงแรมในlondonราคาก็ใช่ย่อย
ให้ไปพักhostelไอ้ที่ดีๆ MEININGER City Hostel & Hotel London
double/twin ensuite ติดแอร์ +breakfast ก็เกือบร้อย
อย่างงี้อยู่โรงแรมดีกว่าเนอะ...

ถ้ามีเวลาว่างพอก็คงsearchต่อไป กับอ่านreview

แต่ถ้าขี้เกียจ ต้องเสี่ยงค่ะ เข้านี่เลย
http://www.priceline.co.uk/

แล้วด้านขวาจะเห็น Name your own price คลิก
แทรกหน่อย--จริงๆอย่าง last minuteก็มี เป็นลักษณะtop secret hotel แอบใบ้ๆ อย่างนู้นอย่างนี้ แต่ยังไงก็ไม่ถูกเท่าของ priceline ค่ะ

ต่อๆ ที่ลองมานะคะ คือใน london
ก็คลิกไป try it now แล้วก็ทำตามขั้นตอนต่างๆ
ช่วงเลือกโซนนี่ก็เลือกตามที่ต้องการ ซัก2อันพอ
ต่อมาเลือกดาว เลือกไปเลยค่ะ 4ดาว
แล้วใส่ราคาเริ่มที่ซัก50เป็นพอ ถึงมันจะแนะนำว่าโรงแรมส่วนใหญ่ราคาเท่านี้ ไม่ต้องไปสน

ถ้ามันไม่ให้ผ่านก็เพิ่มขึ้นทีละ2ปอน.....
มันก็จะคำนวณเสร็จสรรพว่ารวมtaxเราจ่ายเท่าไร....

จากนั้นก็ต้องใส่ชื่อคนจอง แล้วก็บัตรเครดิต

ถ้าเวบหาโรงแรมได้ในราคาที่คุณต้องการ มันจะตัดบัตรคุณเลยอัตโนมัติ.. แล้วค่อยขึ้นชื่อโรงแรม

แค่นี้ล่ะ ก็ได้โรงแรมระดับดีๆโดยไม่ต้องเสียราคาแพงๆแล้ว

แต่ถ้าหาได้ใกล้เคียงมันจะบอกว่าคุณต้องเสียเพิ่มเท่านี้ เอามั้ย??

แต่ถ้าหาไม่ได้เวบก็จะให้เราเปลี่ยนตัวเลือกได้อีกครั้ง

อ้อ ถ้าไม่พอใจ ปล่อยทิ้งเลยค่ะ เข้าเวบใหม่เริ่มทำการหาใหม่หมดเลย

ทางเวบสัญญาแล้วค่ะว่า ยังไงโรงแรมที่ได้ก็เป็นโรงแรมเครือใหญ่ๆ ให้เครดิตเค้าหน่อย...

จากประสบการณ์ ในสามครั้งที่จองมา
4ดาว ราคาอยู่ในช่วง 50-60 ปอนไม่รวมtax
ได้ hiton กับ marriott ค่ะ ดูใหม่ๆทั้งสองที่เลย แล้วก็ไม่ไกลtubeด้วย
แต่ถ้าจองผ่านโรงแรมโดยตรงต้องเสียถึง 150-350 ปอนด์ทีเดียว

บางท่านก็ได้ holiday-inn, thistle, ....

ยังไงก็ให้ทุกคนโชคดีนะคะ ถ้ามีใครจองแล้วได้ที่ไหนก็ส่งข่าวมาแชร์กันบ้างนะคะ

จากคุณ : [[babeberry]]

2007/Apr/10

ขั้นที่ 1 เตรียมความพร้อมของผิว ระยะเวลา 1 สัปดาห์
ขั้นตอนนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของผิวนะคะ คือใครที่มีพวกสิวเสี้ยนหรือผิวไม่เรียบ ให้ทำการ สครัปผิวช่วงนี้นะคะ อย่าไปสครัปเอาช่วงใกล้ๆ เพราะว่าถ้าไปแต่งหน้าแล้วจะทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย ช่วงนี้ให้ทำการขจัดสิวเสี้ยนออกให้หมดคะ สครัปและมาส์คหน้านะคะ แนะนำให้มาส์ค 2 แบบ คือ แบบ Whitening เพื่อผิวกระจ่าง และ Lifting เพื่อผิวกระชับ เพราะถึงแม้ว่าเราจะยังอายุไม่เยอะ แต่เราต้องเตรียมผิวให้พร้อมกับการแต่งหน้า จะได้แต่งมาสวยๆคะ ส่วนเรื่องของรอบดวงตา แตงกวา ถุงชา บำรุงทุกวัน นับตั้งแต่วันนี้เลยก้อดีนะคะ


ขั้นที่ 2 เรื่องของ "ขน" "(คนไม่เกี่ยว) ก่อนวันจริง 3 วันคะ

เรื่องของคิ้วคะ ไม่ว่าจะมีเยอะมีน้อย ก้อต้องกันคิ้วนะคะ เพราะการกันคิ้วก้อคือการวาดกรอบรูปหน้าของเรานั่นเอง อธิบายยากจังเลย... เพราะอยากจะวาดให้ดูมากกว่า ว่าหน้าแบบไหน เหมาะกับคิ้วแบบไหน แถมต้องมีความระมัดระวังกันด้วย ไม่งั้นอาจจะเลือดตกยางออกกันก้อได้ (มีดโกนบาดคิ้ว) ถอดเอาก้อได้นะคะ แต่อาจจะเจ็บหน่อย ถ้าจะถอนก้อเอาน้ำแข็งประคบก่อนนะคะ จะได้ไม่เจ็บมาก หรือถ้าอยากให้ชัวร์ ไปร้านเสริมสวยเลยคะ ใกล้ๆบ้าน บอกว่ามากันคิ้ว 20-50 บาทนะคะ พอพี่เค้าโกนให้เราแล้ว ก้อจำไว้นะคะ ว่ารูปคิ้วเป็นยังไง พอมันเริ่มขึ้นมาใหม่ ก้อจะได้กำจัดออกง่ายได้ง่ายๆด้วยตนเองคะ

พูดถึงขน นอกจากคิ้วแล้ว ขนหน้าแข้งก้อสำคัญนะคะ (จั๊กกะแร้ขอไม่พูดนะคะ เรื่องนี้ส่วนตัวเกินไป อิอิ) กำจัดขนหน้าแข้งสักหน่อยก้อดีนะคะ มีถุงน่องให้ใส่ก้อจริง แต่ว่าบางทีมันก้อเห็นอยู่นะ... WAX เลยคะ เนียนสุด ที่ Boots มีขาย กล่องประมาณ 500 กว่าบาท ชัวร์มากๆ ไม่แนะนำให้โกนหรือครีมที่ลูบออกนะคะ ขึ้นมาใหม่ดกแล้วก้อไม่สวยด้วยคะ... ทนเจ็บนิดนึง เราเป็นคนขนเยอะมาก Wax หน้าแข้งประมาณ ปีนึงได้แล้ว 2 เดือนครั้ง ทำไปทำมา ขนเริ่มไม่มี ใส่ Mini skirt มั่นใจมาก อยากสวยต้องทนเนอะ




ขั้นตอนที่ 3 หลังจากบำรุงกันเต็มที่แล้ว บำรุงก่อนลง Make up อีกทีคะ

ใช้เวลา 30 นาที - 1 ชั่วโมง สำหรับมือใหม่นะคะ
แต่ถ้าเก่งๆแล้วก้อจะไม่เกิน 10-15 นาทีคะ สวย ใส รับรองว่าเนียน

ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ไม่ใช้ผลิตภัณท์ที่เป็นกลุ่ม Scrub ผิวแล้วนะคะ เพราะเดี๋ยวลงเครื่องสำอางไปแล้วจะแพ้ง่ายคะ อีกอย่างจะมีรอยแดงจากการสครัปหลงเหลืออยู่สำหรับบางคนที่ผิวแพ้ง่าย พอล้างหน้าเสร็จแล้ว บำรุงด้วย Eyes cream ก่อนนะคะ แล้วค่อยลง Moisturizer เราใช้ Eyes Cream ของ The body shop คะ รู้สึกว่าผิวเนียนเรียบขึ้น ซีรั่มบำรุงผิวเราใช้ SK II คะ เพิ่งเริ่มใช้แต่ว่าเห็นผลดีนะคะ หน้าชุ่มชื่นดีด้วย ส่วน Moisturizer Lancome ก้อดีมากๆ คะ แล้วก้อแต้มพวกจุดด่างดำ ที่เกิดจากแพ้แดดหรือสิว Lancome ดีมากๆคะ แต่ถูกและดี ราคา นี่เลย Total Effect ของ Olay สวยไม่หนักกระเป๋า พอลงเสร็จแล้ว ทิ้งไว้สัก 1-2 นาที อย่าเพิ่งลง Make up ทันทีนะคะ ให้ผิวซึบซับและอุ้มโลชั่นให้หมดก่อนคะ

ขั้นตอนที่ 4 MAKE UP BASE

อันนี้สำคัญมากๆๆ ใครยังไม่มีไปหาซื้อนะคะ MAKE UP BASE จะช่วยในการกระจายแสงและเตรียมความพร้อมก่อนลง Make up ทั้งหมด จะสวยไม่สวยอยู่ที่ Make up Base คะ ก้อเหมือนกับการวาดรูป ถ้าเราวาดบนกระดาษที่เรียบไม่มีริ้วรอย ก้อจะออกมาสวยใช่มั๊ยคะ วิธีเลือก Make up Base มีดังนี้คะ


สีม่วง - สำหรับสาวผิวเหลือง แบบอาหมวย จะช่วยซับแสงให้ใบหน้าดูมีสีชมพูมากขึ้นคะ จะได้ไม่ซีดเป็นไก่ต้มไปซะก่อน

สีเขียว - สำหรับสาวผิวชมพู หรือแดง หรือผู้ที่ต้องการปกปิดรอยสิวรอยด่างๆแดงๆต่างๆนะคะ เพระสีเขียวเป็นสีคู่ตรงข้ามกับสีแดง จะช่วยซับแสงให้รอยแดงๆต่างๆลดและจางลง

สีเหลือง - เหมาะสำหรับสาวผิวสีเหลืองส้มไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ดูเข้มขึ้นนะคะ เพราะจริงๆแล้ว สีผิวในอุดมคติสำหรับ Make up คือสาวผิวสีนี้แหละ ยิ่งแต่งโทน ส้ม-น้ำตาล-นู๊ดเนี่ย จะสวยหรู เซกซี่มากๆๆ สีเหลืองสำหรับผิวสีเหลืองส้ม จะทำให้ผิวดูนวลเนียนขึ้นคะ แต่ถ้าอยากเน้นให้ผิวกระจ่างใส เลือกสีฟ้านะคะ จะช่วยซับแสงให้ดูกระจ่างขึ้น แต่เราว่าสีเหลืองสวยกว่าคะ ดูไม่หลอกตาด้วย อีกอย่าง เหมาะกับกลางวันมากกว่าคะ

Make up Base มีให้เลือกใช้กันหลายยี่ห้อ เราใช้ Yves Saint Laurant อยู่ สวยใสและเนียนมากๆ แต่ไม่หนักหน้าเลย แต่ถ้างบน้อย ก้อลองดู Bense by Hanako Tokyo นะคะ มีเหมือนกัน บางเบากว่าด้วย แต่เราใช้ VSL เพราะว่าเราหน้าไม่ค่อยเนียนคะ ต้องปกปิดเยอะ


ลง Make up base กันเสร็จแล้ว ก้อมาแก้ไขรูปหน้า แก้ไขจุดบกพร่องและเน้นในรายละเอียดต่างๆที่เรามีกันเลยดีกว่า


ขั้นตอนที่ 5 Hi-lighint and Shading

Hi-Lighting คือการเล่นแสงให้เกิดนูนเด่น ด้วยเม็ดสีอ่อน
ส่วนShading คือการตีกรอบใบหน้า ให้เว้าลง ด้วยเม็ดสีเข้ม

ขั้นตอนนี้มีไว้เพื่อแก้ไขรูปหน้า หน้ากลมไปก้อทำให้เรียวหน่อย ดั้งบี้ หน้าผากยุบก้อดึงมันขึ้นมาหน่อย คางไม่มีก้อเสริมลงมาหน่อย ลองดูนะคะ


แนะนำของ MAKE UP FOREVER ประมาณ 2 พันกว่าบาท แต่คุ้มจริงๆ เพราะมีให้ใช้ 5 สีเลย ดีมากๆ ใช้ได้ทุกสถานการณ์ สีเข้มสุดไว้วาดรูปหน้า ข้างแก้ม สีเข้มรองลงมา ลงข้างสันจมูก (ไม่ใช่สันจมูกนะคะ อย่าสับสน เดี๋ยวบี้นะ) สีเขียว ไว้ปิดรอยสิว จุดด่างดำ สีเนื้อ ไว้วาดหน้าผากหรือข้างแก้มก้อได้ แล้วก้อสีงาช้าง ไว้เพิ่มนูนให้กับหน้าผาก สันจมูก และคางคะ


หน้ากลม - เอา Shading สีเข้ม วาดด้วยพู่กันสำหรับครีม Shading วาดตั้งแต่หูลงมาเกือบถึงคาง จะทำให้ดูเรียวขึ้นคะ

หน้ายาว - เอา Shading วาดคาง และเอาสีอ่อนอีกนิดนึงลงมาเสริมคางไล่กัน จะได้ดูเป็นธรรมชาติ

ดั้งบี้ - เอาสีงาช้างวาดลงตั้งแต่กลางตาไล่มาเกือบสุดปลายจมูก อย่าลงไปถึงปลายจมูกนะคะ เดี๋ยวกลายเป็นจมูกงุ้ม ไม่สวยคะ แล้วเสริมด้วย Shading สีเนื้อลงข้างขันขมูก ตั้งแต่หัวคิ้วลงมา เกือบปลายจมูก จะดูเป็นสันขึ้นคะ

หน้าผากเถิก- เอาสีเนื้อวาดเป็นสระอิอย่าเกินปลายคิ้วทั้งสองข้างนะคะ เกิกมากวาดมาก เถิกน้อยวาดน้อยคะ

คางหาย - Hi-light สีงาช้างวาดลงคะ แต่อย่าวาดเกิน Shading กรอบหน้านะคะ

ตาโบ๋ - เอาสีเขียวลงบางๆ แล้วใช้สีงาช้างระบายทับอ่อนๆ สีเขียวชิดขอบตาได้เลย แต่สีขาว เกลี่ยๆลงมาหน่อย จะได้ไม่กลายเป็นตาปลาทองไปซะก่อน

ตาปลาทอง - เอาสีเนื้อเกลี่ยชิดขอบตา แล้วไล่สีงาช้างลงมาจนถึงเนินแก้ม อย่าลงไปถึงแก้มนะคะ เดี๋ยวแก้มตุ่ยเกิน

สิวเครอะ - สีเขียวเลยคะ ปิดไปเลย ใช้เหมือนคอนซีลเลอร์เลย จริงๆ ที่พูดมาทั้งหมดใช้คอนซีลเลอร์ก้อได้นะคะ แต่แบบนี้เนียนกว่าคะ เพราะใช้ทฤษฏีสีเข้าช่วย อีกอย่าง ลงนิดเดียวบางๆก้อเห็นผลคะ ไม่ต้องหนาเหมือนคอลซีลเลอร์ด้วย


Hi-lighting & Shading เรียบร้อยแล้ว มาลงรองพื้นกันมั่งดีกว่า


ขั้นตอนที่ 6 FOUNDATION

รองพื้น เลือกใช้ยังไงดีนะ... แนะนำว่าให้ใช้แบบน้ำคะ หรือเกือบเหลวเป็น Liquid Foundation ไม่ต้องกลัวจะไม่เนียน เพราะว่าลง Make up base กับ Hi-lighting & Shading ไปแล้วเนียนแน่ๆ ที่ไม่อยากให้ใช้แบบครีมเพราะว่า มันจะดูหนาคะ เท่าที่ลองมาเราว่า แบบ Liquid ก้อพอแล้ว แต่ว่าถ้าคนที่มีปัญหาผิวหน้ามากจริงๆ ก้อใช้แบบครีมไปเลยก้อได้นะคะ

วิธีลูบก้อคือ แต้มบริเวณ หน้าผาก แก้ม จมูก คาง แล้วก้อใช้ฟองน้ำหรือมือก้อได้ เกลี่ยคะ เกลียนะคะ ไม่ต้องกด ไม่ต้องกลัวจะไม่เนียน เพราะเราลง Make up base และ ไปแล้ว การกดรองพื้นจะทำให้หน้าดูแข็งและแป้งหน้าคะ ใช้วีธีเกลียๆเอาดีกว่า เบาๆมือหน่อยนะคะ อย่าให้ Shading และ hi-Lighting ที่ลงไว้จางไปก่อน เกลี่ยให้เบามือที่สุดคะ กระจายออกข้าง ใช้มาหลายยี่ห้อแล้ว เราว่าเนียนและดีที่สุดคือ Leraine คะ บางเบาและช่วยกระจายแสงไปในตัว แต่เนียนมากๆ แล้วก้อ Clinique สวยใสเนียนสุดๆ ก้อเลือกเอาว่าชอบแบบไหน ชอบเนียนคลาสสิคก้อ Clinique ชอบกระจ่างใสก้อ Leraine ส่วนถูกและดี ลองนี่เลย Lo'real Ideal Balance หน้าไม่มัน เกลี่ยง่ายคะ

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ลง makeup base - Shading & Hi-lighting ก้อใช้แบบเป็นครีมไปเลยก้อได้นะคะ เพราะจะช่วยปกปิดกว่า Liquid Foundation Maybeline - Pure stay ถูกและดีคะ อยู่นานด้วย แล้วก้อ The natural collection ของ Boots ที่เป็นแบบขวดปั้ม อันนั้นเนียนมากๆคะ ไม่แพงด้วย


ขั้นตอนที่ 7 ลงแป้งเพื่อความนวลเนียน

แป้ง... ถ้าอยากเพิ่มความเนี๊ยบให้ใช้ แป้งแข็งผสมรองพื้นนะคะ ใช้แปรงปัดหน้าอันใหญ่ๆ ถูให้เม็ดแป้งมาติดพอประมาณแล้วแต้มรอบๆแล้วค่อยเกลี่ยคะ ไม่แนะนำให้ใช้พัฟเพราะว่าพอนานๆไปจะเป็นคราบได้ง่ายคะ

แนะนำ MAC เป็นที่นิยมมาก เนียนและสวยด้วย แต่ถ้าอยากลองแบบเนื้อแมตต์ก้อ Chanel คะ ดูหรูไปเลย ARTISTY ก้อเนียนนะคะ แต่ถ้าชอบแบบกระจ่างใส Leraine คะ ยิ่งใช้กับรองพื้นยิ่งสวยคะ หน้าเด้งดี


แป้งฝุ่น... สำหรับสาวผิวดีอยู่แล้ว ก้อใช้แป้งฝุ่นนะคะ ใช้แปรงอันใหญ่ปัดทั่วทั้งหน้าคะ รับรองจะสวยใสและบางเบา


แนะนำแป้งฝุ่นของ Boot's The natural colletion นะคะ
Red Earth ก้อสวยคะ ถูกและดี ประหยัดดีคะ แต่คุณภาพเกินราคา เพราะไม่หลุดเป็นคราบด้วย จริงๆแล้วแป้งฝุ่นไม่ต้องเน้นของแพงมากก้อได้คะ เพราะหัวใจของผิวสวยเนียนใสอยู่ที่ Make up base และ Foundation แล้วคะ




ขั้นตอนที่ 8 คิ้ว

หลังจากที่กันคิ้วกันมาแล้ว สำหรับคนที่คิ้วดกหน้า เป็นที่น่าอิจฉาของสาวๆทุกคน ลืมได้เลย ดินสอเขียนคิ้ว ให้ใช้พู่กันเล็กๆ ปลายตัด จิ้ม Eyes Shadow สีน้ำตาลเข้มแล้ววาดตามแนวคิ้วนะคะ เกลี่ยๆไปจนถึงหางคิ้ว อย่าวาดเยอะนะคะ เน้นเกลี่ยก้อพอคะ แล้วก้อใช้แปรงปัดคิ้วจัดรุปทรงอีกที ถ้ามีมาสคาร่าแบบใสก้อลองปัดตามแนวคิ้วบางๆก้อได้นะคะ อย่าลงเยอะนะคะ เอาให้บางทีสุดคะ ที่แนะนำสีนี้เพราะว่าสีดำอาจจะทำให้ดูแข็งไปคะ สีนี้แต่งหน้าได้กับทุกสี ใช้ได้กับทุกชุด ลองดูนะคะ

ส่วนสาวคิ้วบางแนะนำให้ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลเทาวาดบางๆจากจุดที่สูงที่ดของคิ้วแล้วไล่มาเลื่อยๆนะคะ เสร็จแล้วใช้พู่กันปลายตัดจิ้ม Eyes Shadow สีเดียวกัน หรือคล้ายกันไล่บางๆอีกที จะได้ดูเป็นธรรมชาติคะ เสร็จแล้วใช้ แปรงปัดคิ้วไล่ตามแนวคิ้วด้วย



ขั้นตอนที่ 9 ตา

นางเอกของละครเรือ่งนี้ก้อคือ "ดวงตา" ที่เค้าว่าเป็น "หน้าต่างของหัวใจ" นี่แหละคะ แนะนำกัน 3 แบบก่อนละกันเนอะ


แนวหวานใส - เหมาะมากสำหรับผิวขาว หน้าหวาน สาวไม่ขาวเท่าไหร่ก้อแต่งได้ เลือกสีออกส้ม-โอลด์โรสนะคะ ส่วนสาวผิวขาวใช้ได้ทุกสีคะ - สีชมพู สีโอลด์โรส สีฟ้า สีครีม สีงาช้า เลือกได้ตามใจชอบแล้วแต่ชุดคะ

ใช้พู่กันแบนลงสีที่เข้มที่สุดก่อน ตั้งแต่ชิดขอบตาบน ไล่ไปจนสุดกระบอกตา อย่าให้เลอะไปไกลนะคะ ลงให้เนี๊ยบหน่อย แล้วค่อยตามด้วยสีที่อ่อนกว่านั้น อาจจะจับคู่สีต่างๆกันก้อได้เช่น ชมพูเข้ม-ชมพูอ่อน ฟ้าเข้ม-ฟ้าอ่อน เหลืองครีม-งาช้าง ชมพูส้ม-โอลด์โรส ใช้สีอ่อน ลงบริเวณสูงกว่าสีเข้มแล้วค่อยๆไล่ขึ้นกระบอกตา จนสุดกระบอกตา แล้วใช้พู่กันปลายกลม ลง HI-LIGHTING POWDER ปัดขึ้นจนเกือบถึงคิ้ว และไล่ออกข้างจนเลยกระบอกตาเล็กน้อย

อย่าสับสนนะคะ Hi-lighting แบบครีม เอาไว้แก้ไขรูปหน้า
Hi-Lighting แบบฝุ่น เอาไว้ตบแต่งเพื่อความสวยงามและใบหน้ากระจ่างใส


ต่อไป... แนวเก๋ไก๋ มั่นใจ เหมาะกับสาวกระฉับกระเฉง คล่องแคล้ว
เหมาะมากสำหรับสาวมั่นใจ แต่ไม่มั่นมากเกินสำหรับแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน แนวนี้ สีเขียวแก-เขียวอ่อน สีน้ำทะเล-สีฟ้า สีเทาดำ-เทาอ่อน สีฟ้า-บรอนซ์ฟ้า จุดขายของแนวนี้ก้อคือ เก๋ไก๋ มีไสตล์ โดดเด่น โดยไม่ต้องเกทับใคร

เอาสีเข้ม ลงตั้งแต่กึ่งกลางลูกตา ไล่ขึ้น คล้ายๆสัญลักษณ์ NIKE เฉียงออกด้านข้าง แล้วเอาสีเดิม ปัดบางๆเข้าหามุมตาและไล่ออกหางตา เบาๆ นะคะ อย่าลงเยอะ แล้วก้อเอาคู่สีที่อ่อนกว่า ระบายชิดกับขอบตา เลอะๆหน่อยก้อได้ แล้วใช้ HI LIGHITING POWDER เกลี่ยอีกที แนวนี้จะทำให้ดูเป็นสาวเปรี้ยวขึ้นมาหน่อย โฉบเฉี่ยวคล่องแคล้วขึ้นคะ


แนวที่ 3 สุขุม ลุ่มลึก ทว่าเซกซี่

สีที่แนะนำ - สีน้ำตาลทอง น่ำตาลส้ม น้ำตาลเหลือง งาช้าง บรอนซ์เทา เหมาะสำหรับการเพิ่มบุคลิกให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และน่าเชื่อถือ ตัวเราเองเป็นคนขี้เล่น พอแต่งแนวนี้ก้อดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาทันทีเหมือนกันคะ

พอจับคู่สีได้แล้ว ก้อให้เอาพู่กันปลายกลมลงสีอ่อนให้ทั่วกระบอกตาก่อน แล้วก้อค่อยใช้สีเข้มเกลี่ยสีออกแผ่ไปทั่วกระบอกตา เน้นให้สีเข้มชิดกระบอกตามากที่สุด แล้วเกลี่ยออกไปเรื่อยๆทับสีอ่อนรอบแรก เทคนิคก้อคือ ให้ดูเป็นสีเดียวกัน แต่ระดับความเข้มของสีต่างกัน อย่าสับสนกับแนวสดใสนะคะ แนวสดใสคือให้สีเข้มอยู่ชิดกระบอกตาแล้วไล่สีอ่อนขึ้น ต่างกันตรงที่เวลาลืมตา (คนตา 2 ชั้น) จะมองเห็นสีเข้มน้อยมาก แบบนี้จะทำให้ดูสดใสคะ เพราะเวลาเรากระพริบตา จะดูน่ารัก แต่แนวสุขุม ลุ่มลึก เซกซี่นี้ ต้องเกลี่ยไล่ระดับ เสร็จแล้ว ใช้สีอ่อน สีเดิม เกลี่ยสูงขึ้นไปอีก ทำให้เป็นเหมือน Layer คะ แต่อย่าให้เห็นแนวหรือเส้นที่ดูต่างมากเกินไปนะคะ สีน้ำตาลทองจะดูสวยที่สุดสำหรับแนวนี้คะ

ทั้งหมดนี้ Lancome กับ Chanel สีสวยได้ใจ แถมจับคู่สีมาให้พร้อมแล้วอีกต่างหาก งบน้อยหน่อยลอง KATE by Kanebo ประมาณ 400 กว่าๆ สวยได้ในราคาประหยัดคะ


ขั้นตอนที่ 10 วาดขอบตา หรือ Liner ให้คมชัด และโดดเด่น


เราไม่แนะนำให้ใช้แบบ Liquid นะคะ เพราะว่าดูหน้าแข็งเกินไป การใช้ Liquid เหมาะสำหรับงานสังสรรค์ งานกลางคืน คะ แต่เวลาไปสัมภาษณืเราต้องดูน่ารักน่าเอ็นดูไว้ก่อน งั้นมาใช้พู่กันเบอร์เล็กสุดปลายตัดจิ้ม Eyes Shadow สีเทาดำ หรือดำ วาดชิดขอบตาดีกว่า ถ้ามือสั่น ให้เอาศอกตั้งกับโต๊ะนะคะ ค่อยๆวาด ถ้าตาเล็กอยากให้ดูตาโตก้อวาดเยอะๆหน่อย ถ้าตาโตอยู่แล้ว อยากให้ดูตาคมก้อลงเส้นบางแต่สีเข้มขึ้น อาจจะใช้สีดำเลยก้อได้ ลองดูคะ


ขั้นตอนที่ 11 ขนตา หนา ยาว งอน เด้ง

ดัดขนตาก่อนนะคะ จะสวยไม่สวยอยู่ที่การดัดขนตาเนี่ยแหละ
มองลงข้างล่าง ให้ที่ดัดขนตา ดัดเบาๆ อย่าแรงนะคะ ขนตาหักแล้วไม่สวยคะ ดัดเบาๆ ติดๆกัน หลายครั้ง แล้วก้อขยับออกมานิดนึง แล้วก้อกดดัดอีกที เบากว่าเดิมคะ เอาให้มันพอเป้นรุปพอ เพราะเดี๋ยวไปแต่งที่มาสคาร่าจะได้ไม่เวอร์ไปซะก่อน งานนี้เน้นแบบธรมมชาติคะ

ดัดเสร็จแล้วก้อลงมาสคาร่าเลย ที่แนะนำนะคะ ถูกและดี Lo'real แล้วก้อ Maybelline XXL จริงๆ Fasio ก้อดีนะคะ ก้อลองดูคะ แต่ถ้ามีงบหน่อยนี่เลย Yves Saint Laurant ขวดสีทองเด้งสุดๆ งอนงามมากๆ แต่ถ้าอยากเรียงเส้น ก้อ Dior สีน้ำเงินตัวอักษรสีทอง รุ่นใหม่ล่าสุด ติดใจมากๆ สวยเด้งจริงๆ ถ้าใครมีขนตาหนาอยู่แล้วก้อใช้ Dior นี่แหละคะ มันจะช่วยเรียงเส้นแต่ไม่เน้นหนา เหมาะกับคนมีขนตาอยู่แล้ว

เทคนิคคือ ปัดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ แบบ ขยี้ๆที่โคนขนตาแล้วปัดเชิดขึ้นไปปลายขนตา อย่างรวดเร็ว อย่าช้านะคะ เดี๋ยวเป็นก้อน อย่าให้เลอะเป็นพอ ปัดแบบนี้จะได้ทั้งหนางอนและยาว ไม่เป็นก้อนด้วย ลองดูนะ




ขั้นตอนที่ 12 ปัดแก้มกันเถอะ

สีชมพูอ่อน สีชมพูอมส้ม สีโอลด์โรส สีนู๊ดสีน้ำผึ้ง (สำหรับสาวผิวเข้ม) เลือกเอาตามชอบเลยคะ แต่ถ้าผิวขาวมากๆ เราแนะนำให้ใช้สีแดงคะ แดงเลย อย่ไปกลัวว่าจะเข้ม เพราะสีนี้ระบายบางๆแล้วดูแก้มแดง สุขภาพดีมากๆ อย่าลงหนักนะคะ จะกลายเป็นตูดลิงซะก่อน ใช้พู่กันกลมปัดเบาๆ คล้ายๆเครื่องหมายโลโก้ NIKE เทคนิคก้อคืออย่าลงต่ำกว่าแนวจมุก เพราะจะทำให้ดูแก้มย้อยคะ ส่วนแนวสุขุมลุ่มลึก ให้ลองเปลี่ยนมาใช้พู่กันแบน ตบบริเวณข้างหู แล้วไล่เฉียลงมาตรงๆ เสร็จแล้วค่อยเอาพู่กันกลมปัดไปทั่วๆ จะทำให้ดูโดดเด่นขึ้นคะ แนะนำ Lo'real รุ่นที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆหนะ เค้าเรียกว่าอะไร Juicy มั้ง นั่นแหละ มีทุกสี สวยมากๆ ไม่แพงด้วย ช่วยกระจายแสงไปในตัว เด้งสุดๆคะ


ขั้นตอนที่ 13 ปากสวยสุขภาพดี

ถ้าแนวสดใสก้อเลือกแดง ชมพู ส้มแดง ส้มชมพูนะคะ วาดขอบปากก่อน ใช้ดินสอวาดขอบปากวาดให้เหมาะกับรูปปากของเรา วาดบางๆคะ แต่ถ้าปากสวยอยู่แล้ว ก้อลงลิปสติกเลย ใช้พู่กันจิ้มแล้วค่อยๆระบายเอาจะสวยกว่านะคะ สีแนะนำคือ Estee Lauder เบอร์ 744 LOVELOVE ออกแดงๆ ชมพูๆ ทาออกมาหวานแหววมาก แต่ถ้าชอบแบบส้มชมพู - นู๊ดๆ ลอง Estee Lauder สี 746 Hot Temper แต่ถ้าอยากทาแบบคุณน๊ายคุณนาย ไม่ต้องแดงแป๊ดนะคะ แต่เอาแบบเนื้อแมตต์ลอง Chanel รุ่นคลาสิคนะแหละ ไปหาดู สวยทุกสี ลองหาให้เหมาะกับตัวเองและชุดที่สวมใส่ แต่ถ้าอยากแอบเก๋นิดนึง Dior Addict จะดูวาวๆ อย่าวาวมากละกัน ลง Gloss ได้นะคะ ลงข้างใน อย่าลงทั้งปาก ไม่เหมาะกับสัมภาษณ์แอร์คะ ลงข้างในริมฝีปากให้ดูสุขภาพดี รับรองเด้งคะ!!



ขั้นตอนที่ 14 สวยสมบูรณ์แบบ

เอา Hi-lighting Powder สีขาว หรือ สีงาช้าง ก้อสวยนะคะ (เราใช้สีฟ้าอยู่ ขาวโอโม่ดีเหมือนกัน แต่มันขาวเกิน จะไปซื้อใหม่ก้อเสียดาย ใช้ของเก่าก่อนละกัน ) เอาพู่กันเบอร์ใหญ่สุดคะ ปัดบางๆ ทั่วหน้าผาก จมูก และคาง ส่วนข้างแก้มใช้ Shimmer เอาแบบนิดเดียวพอนะ อย่าลงเยอะ ลงเยอะจะกลายเป็นไปงานคุณหญิงโชว์เครือ่งเพชรแทน ปัดไปที่เราลง Brush On นะแหละ ปัดทับไปเลย เท่านี้ก้อเรียบร้อย



13 ขั้นตอน หน้าสวยใสเด้ง แบบ Perfect เพราะแก้ไขรูปหน้าทุกอย่าง ดึงจุดเด่นของใบหน้าทุกอย่างแล้ว แต่ถ้าใครที่มีผิวดีอยู่แล้ว แล้วก้อรูปหน้าสวยอยู่แล้ว อาจจะลัดขั้นตอนก้อได้นะคะ แค่ลงรองพื้น ทาแป้ง แล้วก้อแต่งตา ปาก แค่นี้พอคะ อาจจะลง Hi lighting powder เพื่อใบหน้ากระจ่างใสอีกก้อเรียบร้อย แค่นี้เอง



ฟังเหมือนเยอะนะคะ แต่แต่งจริงๆไม่เกิน 20-30 นาทีหรอกคะ ต่อให้มือใหม่ยังไง แรกๆเราก้อยังไม่ชิน ไปๆมาๆ ก้อแต่งประมาณ 15-20 นาที รีบๆหน่อยก้อ 10 นาที สวยได้ครบทุกขั้นตอนคะ